| ประเภทของกระดาษ
การเรียกชื่อกระดาษในภาษาไทย จะเป็นคำนามรวมสำหรับวัสดุที่ผลิตจากเยื่อหรือเส้นใยของพืช
อันที่จริงศัพท์เทคนิคที่ใช้เรียกวัสดุนี้มีหลายคำ
ซึ่งแบ่งตามความหนาหรือความแข็งแรง
Paper หมายถึง วัสดุที่ได้จากการสานอัดแน่นของเส้นใยจากพืชจนเป็นแผ่นบาง
โดยทั่วไปมีความหนาไม่เกิน 0.012 นิ้ว หรือน้ำหนักมาตรฐาน
(Basis Weight) ไม่เกิน 225 กรัมต่อตารางเมตร
Paperboard หมายถึง กระดาษแข็ง
มีความหนามากกว่า 0.012 นิ้ว
Solid Fiberboard หมายถึง
กระดาษที่ได้จาก Paperboard หลาย ๆ ชั้นประกบติดกัน
และมีความแข็งแรงกว่า Paperboard
Corrugated Fiberboard
หมายถึง กระดาษลูกฟูก ได้จาก Paperboard หลายชั้น
ประกอบด้วยกระดาษผิวหน้า (Liner) และลอนลูกฟูก
(Corrugated Medium) เรียงประกบติดสลับชั้นกัน
การแบ่งประเภทกระดาษตามลักษณะการใช้งาน สามารถแบ่งได้เป็น
7 ประเภท ดังต่อไปนี้
1. กระดาษคราฟท์ (Kraft
Paper) หรือกระดาษเหนียว หมายถึง กระดาษที่ผลิตจากเยื่อซัลเฟตหรือเยื่อคราฟท์ล้วน
ๆ หรือต้องมีเยื่อคราฟท์อย่างน้อยร้อยละ 80
กระดาษคราฟท์ที่ใช้งานทั่วไปมีทั้งประเภทไม่ฟอกสี
( กระดาษสีน้ำตาล ) สำหรับการใช้งานที่ต้องการความแข็งแรงสูง
และกระดาษคราฟท์ฟอกสีเพื่อความสวยงาม หรือเพื่อผลิตเป็นกระดาษสีสันต่าง
ๆ นิยมใช้กระดาษ - เหนียวทำถุงเพื่อการขนส่ง
และห่อผลิตภัณฑ์ทั่วไป
2. กระดาษเหนียวชนิดยืด
(Stretchable Paper) หมายถึง กระดาษเหนียวที่ปรับปรุงให้สามารถยืดตัวได้มากกว่าปกติ
จึงสามารถทนทานแรงดึงได้สูงกว่ากระดาษเหนียวธรรมดา
นิยมใช้ทำถุงเพื่อการขนส่ง
3. กระดาษแข็งแรงขณะเปียก
(Wet Strength Paper) หมายถึง กระดาษเหนียวที่เติมเมลา
- มีนฟอร์มอลดีไฮด์ (Melamine Formaldehyde)
หรือยูเรียฟอร์มอลดีไฮด์ (Urea Formaldehyde)
เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กระดาษแม้ขณะเปียก
นิยมให้ห่อผลิตภัณฑ์ที่มีความชื้นสูง และใช้ทำถุงเพื่อการขนส่งที่มีโอกาสเปียกน้ำสูง
4. กระดาษกันไขมัน (Greaseproof
Paper) เป็นกระดาษที่ผลิตจากเยื่อที่ผ่านการตีป่นเป็นเวลานานจนเส้นใยกระจาย
และบวมน้ำมากเป็นพิเศษ ทำให้กระดาษมีความหนาแน่นสูง
จึงป้องกันการซึมผ่านของไขมันได้ดี นิยมใช้ห่อผลิตภัณฑ์อาหารที่มีไขมันสูง
และชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีน้ำมันเคลือบกันสนิม
5. กระดาษกลาซีน (Glassine)
ทำจากกระดาษกันไขมันที่ผ่านการรีดเรียบร้อยด้วยลูกกลิ้งภายใต้อุณหภูมิสูง
ๆ ขณะกระดาษเปียกชื้น ทำให้ความหนาแน่นของกระดาษเพิ่มขึ้น
และยังมีการขัดผิว ทำให้กระดาษกลาซีนมีเนื้อแน่นและผิวเรียบมันวาว
นิยมใช้ห่อผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันสูง
6. กระดาษทิชชู (Tissue
Paper) หมายถึง กระดาษที่มีความนุ่มและบางเป็นพิเศษน้ำหนักมาตรฐานประมาณ
17 30 กรัมต่อตารางเมตร นิยมใช้ห่อผลิตภัณฑ์ที่ต้องการป้องกันรอยขูดขีดผิว
ห่อของขวัญ หรือห่อผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงเป็นการช่วยเสริมความสวยงามและความพิถีพิถัน
เช่น น้ำหอม นาฬิกา และเครื่องประดับ เป็นต้น
7. กระดาษพาร์ชเมนต์ (Parchment
Paper) เป็นกระดาษที่ผ่านกระบวนการผลิตพิเศษ
โดยการจุ่มกระดาษในกรดซัลฟิวริกเข้มข้นเป็นเวลาสั้น
ๆ แล้วนำไปล้างและทำให้เป็นกลางก่อนจะนำไปอบรีดให้แห้ง
กระดาษนี้จะมีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของไขมันได้เป็นอย่างดี
นิยมใช้บรรจุผลิตภัณฑ์อาหาร
กระดาษลูกฟูก
กระดาษลูกฟูกมีองค์ประกอบที่สำคัญ
2 ส่วน คือ
1. กระดาษผิวหน้า (Liner)
เป็นกระดาษที่ติดบนกระดาษลอนลูกฟูก จะใช้กระดาษคราฟท์ไม่ฟอกสีสำหรับการใช้งานที่ต้องการความแข็งแรงสูง
นอกจากนี้อาจใช้กระดาษที่ผลิตจากเยื่อกระดาษเก่าสำหรับงานทั่วไป
2. กระดาษลอนลูกฟูก (Corrugated
Medium) ใช้กระดาษที่ผลิตจากเยื่อคราฟท์ เยื่อฟางข้าว
หรือเยื่อกระดาษเก่า ขึ้นกับความแข็งแรงที่ต้องการนำมาขึ้นลอน
กระดาษลอนลูกฟูกนี้สามารถแบ่งออกได้ 4 ประเภท
ตามขนาดของลอน
ประเภทของลอนลูกฟูก
| ประเภทของลอน
(มม.) |
จำนวนลอน/เมตร |
ความสูงของลอน |
ความกว้างของลอน(มม.) |
| A |
110 120 |
4.1 5.1 |
8.6 9.1 |
| B |
150 170 |
2.5 3.0 |
6.3 6.6 |
| C |
130 140 |
3.4 4.1 |
7.3 8.1 |
| D |
295 315 |
1.1 1.6 |
3.2 3.4 |
กระดาษลอน A สามารถรับแรงกดในแนวดิ่ง
( ตามความกว้างของลอน ) ได้ดี เหมาะกับการนำไปทำกล่องที่ต้องมีการเรียงซ้อนกันหลายชั้น
กระดาษลอน B สามารถรับแรงกดตามความสูงของลอนได้ดี
ใช้ทำกล่องบรรจุภัณฑ์หนัก ๆ
กระดาษลอน C คุณสมบัติอยู่ระหว่างกระดาษลอน
A และลอน B
กระดาษลอน D สามารถรับแรงกดตามความสูงของลอนได้สูงมาก
สามารถใช้สำหรับงานพิมพ์หลายสีได้ดี และนิยมใช้ทำภาชนะเพื่อความสวยงาม
หรือภาชนะสำหรับตั้งแสดงสินค้า
ข้อดี ของภาชนะกระดาษ
1. น้ำหนักเบา ประหยัดค่าขนส่ง และสามารถเก็บในลักษณะพับแบนได้เป็นการประหยัดค่าเก็บภาชนะเปล่า
และค่าขนส่ง
2. วัตถุดิบมีหลากหลายชนิด และมีทดแทนได้
3. ขอบข่ายการใช้งานกว้างขวาง ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์แทบทุกชนิด
4. ต้นทุนต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับภาชนะประเภทอื่น
ยกเว้นบางกรณีที่ต้องการผลิตภาชนะกระดาษ เพื่อการใช้งานพิเศษ
5. เหมาะกับงานที่ต้องการความสวยงาม พิมพ์ได้ง่าย
และออกแบบให้มีรูปร่างพิเศษได้สะดวก
6. ไม่มีปัญหาในการกำจัดภาชนะหลังการใช้งาน
และสามารถนำมาหมุนเวียนได้
ข้อเสีย ของภาชนะกระดาษ
1. ความทนทานต่อสภาวะอากาศโดยเฉพาะต่อความชื้นหรือน้ำได้ต่ำกว่าภาชนะประเภทอื่น
2. ป้องกันการซึมผ่านของก๊าซ ไอน้ำ และกลิ่นได้ต่ำ
3. ถูกทำลายโดยจุลินทรีย์ แมลง หรือสัตว์ได้ง่าย
|